วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ดวงจันทร์เพ็ญส่งท้ายปี 2564

ตามปกติดวงชะตาขณะจันทร์เพ็ญที่ไม่เกิดจันทรุปราคาอาจจะดูไม่สำคัญมากไปกว่าการบอกว่าการโคจรของจันทร์มาได้ครึ่งทางก่อนจะเกิดอมาวสีขึ้นเดือนจันทรคติครั้งใหม่  แต่สำหรับจันทร์เพ็ญส่งท้ายปี 2564 (ค.ศ. 2021) เกิดขึ้นก่อนที่ศุกร์จะเริ่มโคจรพักร์ในราศีมกรไม่กี่ชั่วโมง และก่อนที่อาทิตย์จะยกราศีมกรไม่กี่วัน  ดาวศุกร์เองนั้นพึ่งผ่านการกุมกับพลูโตมายังไม่ทันจะพ้นวังกะ 1 องศาก็จะถอยกลับมาหาพลูโตอีก ก่อนจะกลับมาเดินหน้าอีกทีในปลายเดือนมกราคม  ศูนย์รังสีศุกร์/พลูโตในดวงจันทร์เพ็ญก็ยังมีจุดสะท้อนของอังคารเข้ามาสัมพันธ์ด้วย ศุกร์/พลูโต = อังคาร ตำราให้ความหมายในทางที่เกี่ยวกับการสังสรรค์ ความสอดคล้องต้องกัน และความชอบพอทางเพศ ฯลฯ หรือหากจะลองตีความให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วงนี้อาจหมายถึงความสุขเริงรมย์จากการสังสรรค์ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีใหม่  ดังที่ผมได้เคยคาดการณ์ไว้ในดวงคราสเมื่อต้นเดือนว่าเราคงพอได้เห็นบรรยากาศความสุขในเทศกาลปีใหม่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเทศกาลลอยกระทง  แต่แล้วหลังจากนั้นจะเกิดเหตุการระบาดระลอกใหม่คล้าย ๆ กับช่วงหลังสงกรานต์หรือเปล่า??? ไม่อยากฟันธงซะทีเดียว แต่รูปดาวร้าย ๆ ที่เห็นได้แก่เมอริเดียนจรฟ้าที่ทำมุมกับวัลคานุสและจุดสะท้อนฮาเดส ขณะที่เนปจูนจรสถิตในเรือนที่ 1 ห่างลัคนาประมาณ 6 องศา และยังมีมุมสัมพันธ์ถึงจุดสะท้อนของเมอริเดียนท้องถิ่นกรุงเทพฯ แต่ดูไปดูมาเห็นศูนย์รังสีพุธ/ฮาเดสสัมพันธ์กับเนปจูนสะท้อน ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเรื่องราวประเภทเฮทสปีดหรือการหลอกลวงกันทางอินเทอร์เน็ตก็อาจเป็นเรื่องเด่นควบคู่หรือบดบังเรื่องโรคระบาดได้เหมือนกัน  ทั้งนี้ จากการดูดวงขณะอาทิตย์ยกราศีมกรหรือเห-มายันซึ่งถือเสมือนเป็นดวงประจำปีโดยคร่าว ๆ จันทร์ กับลัคนาและเมอริเดียนจรฟ้าก็จะทำมุมกับศุกร์และพลูโตอีก  โดยส่วนตัวจึงรู้สึกว่าในช่วงนี้ควรจะเน้นที่อิทธิพลของดาวศุกร์และพลูโตมากกว่า  ที่อาจจะหมายถึงความสุขกำลังกลับมา (???) หรือจะกลายเป็นเรื่องปัญหาเงินเฟ้อในอเมริกาที่จะขยายตัวและส่งผลต่อโลกมากขึ้น (???) หรือจะมีอะไรอย่างอื่นที่ผมยังนึกไม่ออก  ไม่ว่าอย่างไรขอให้เราผ่านพ้นปีเก่าไปสู่ปีใหม่ที่ดีกว่าเดิมไปด้วยกันครับ









วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

สุริยุปราคา 4 ธันวาคม 2564

ขึ้นต้นเดือนสุดท้ายของปี 2564 ได้ไม่กี่วันก็จะปรากฏสุริยุปราคาเต็มดวงขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม ในเวลาบ่าย ๆ ของประเทศไทย ซึ่งจะดีอยู่อย่างคือไปเห็นได้เฉพาะในแถบขั้วโลกใต้ การจะไปตีปี๊บหรือปั่นกระแสดรามาจึงอาจจะไม่คุ้มนัก แม้กระนั้นในทางโหราศาสตร์ก็ยังจัดเป็นจังหวะฟ้าที่สำคัญอันจะส่งผลต่อจังหวะชีวิตของผู้คนบนโลกกันบ้าง จะมากน้อยดีเสียประการใดขึ้นอยู่กับจุดตั้งรับในดวงชะตาและบริบทแวดล้อมของแต่ละคนแต่ละที่
สถานการณ์โลกช่วงนี้ก็พอดีกับที่ชาวโลกทั้งหลายกำลังพูดถึงเจ้าโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ว่ามันกลายพันธุ์เท่านั้นจุด มีปุ่มโปรตีนเท่านี้ปุ่ม อันอาจจะทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น หลบวัคซีนได้มากขึ้น แต่ยังไม่เห็นตัวเลขจริง ๆ ว่าตกลงติดไปแล้วกี่คน ทำใครเจ็บตายไปแล้วเท่าไหร่ "ส่วนแบ่งการตลาด" กับสายพันธุ์อื่นมากน้อยแค่ไหน ผมเองก็จนใจที่จะไปวิเคราะห์ว่าตกลงเจ้าโอมิครอนนี่มันจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงของสถานการณ์นี้กันแน่ ดูจากดวงสุริยุปราคาครั้งนี้ จุดคราสทำมุมกับจุดสะท้อนของราหูและแอดเมตอส ซึ่งนัยหนึ่งอาจตีความโยงไปถึงการกักตัวของผู้ป่วยและการเวิร์กฟรอมโฮมของใครอีกหลายคน และเมื่อรวบรัดมาดูจุดที่เกี่ยวกับประเทศไทยโดยตรงเลย ด้านลบจะเห็นของเมอริเดียนท้องฟ้าสัมพันธ์กับดาวทิพย์แอดเมตอสรวมถึงจุดสะท้อนของจุดคราสเองด้วย ขณะที่เนปจูนจรก็ยังแช่ค้างอยู่ที่จุดที่สัมพันธ์กับจุดสะท้อนของเมอริเดียนและลัคนาประจำถิ่นกรุงเทพฯ ด้วย สรุปคร่าว ๆ คือสถานการณ์โควิด-19 จะไม่คลี่คลายลงอย่างสิ้นเชิง อย่างน้อยก็คงจะทรง ๆ อย่างนี้กันไปเรื่อย ๆ ในอีกด้านหนึ่งก็ปรากฏดาวศุกร์และพลูโตในเรือนที่ 10 เรียงกันเกิดเป็นดาวเข้ารูป เมอริเดียน/พลูโต = ศุกร์ = เซอุส อันหมายถึงพัฒนาการของความสุขและความคาดหวังบางประการ ในส่วนของดาวศุกร์นั้นผมได้เคยเกริ่นไว้ในโพสต์ก่อนแล้วว่าหลังจากนี้ศุกร์จะโคจรไปกุมพลูโตครั้งแรกแล้วผ่านไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม ก็จะโคจรพักร์กลับมากุมพลูโตครั้งที่ 2 จนกระทั่งปลายเดือนมกราคมปี 2565 จึงจะกลับมาโคจรเป็นปกติ มองโลกในแง่ดีเป็นไปได้ว่าเราจะยังได้สัมผัสความสุขในเทศกาลปีใหม่กันได้ตามอัตภาพแบบเดียวกับเทศกาลลอยกระทงที่ผ่านมา แถมด้วยอิทธิพลของดาวศุกร์และเซอุสทั้งด้านบวกและลบ ไม่ว่าการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ปัญหาด้านความรักหรือทางเพศบางประการ และอาจรวมถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในบางรูปแบบด้วย

กำลังคิดว่าจะจบห้วนไปหรือเปล่า พอดีนึกได้อีกประเด็นว่าสุริยุปราคาครั้งนี้จะมีผลต่อดวงของมาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก (14 พ.ค. 1984 22.04 น. [???] ที่กรุงนิวยอร์ค) เจ้าของเมตา/เฟซบุ๊กด้วย คือจุดคราสจะทับกับมฤตยูกำเนิดของเขาพอดี ขณะที่อังคารก็ทับจันทร์และเล็งอาทิตย์กำเนิด เนปจูนจรเล็งเสาร์กำเนิด ฯลฯ คาดว่าทั้งตัวเขาและ "จักรวาลนฤมิตร" (Metaverse) คงจะได้เจออะไร ๆ ทั้งด้านบวกและด้านลบอีกมากมายครับ















 

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ข้อมูลจาก www.astro-seek.com รวมลิงก์ข้อมูลดาวในรอบเดือนธันวาคม 2564 (จักรราศีสายนะ)

 ปฏิทินสมผุสดาว ณ 0 นาฬิกา (เวลากรีนิซ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเวลาประเทศไทยหรือท้องถิ่นอื่นได้)

https://horoscopes.astro-seek.com/calculate-astrology-ephemeris-december-2021/?&presnost=1&&barva=p&


ดาวทำมุม ดาวพักร์ ดาวยกราศี จันทร์เพ็ญจันทร์ดับ

https://horoscopes.astro-seek.com/monthly-astro-calendar-december-2021


ข้อมูลดาวทำมุมล้วน ๆ

https://horoscopes.astro-seek.com/astrology-aspects-transits-online-calendar-december-2021


ผังการโคจรของดาวรอบจักรราศี (Circular Graphic Ephemeris - Planetary Movement Overview)

https://horoscopes.astro-seek.com/calculate-monthly-planetary-movement/?narozeni_rok=2021&narozeni_mesic=12&barva_planet=1&velikost_stopy=1&barva_stopy=6&luna_path=0&barva_invert=0


จันทร์ยกราศีและการทำมุมกับดาวต่าง ๆ 

https://mooncalendar.astro-seek.com/calculate-moon-void-of-course/?narozeni_mesic=12&narozeni_rok=2021&kalendar_planeta_1=&kalendar_aspekt=&voc=5


ในรอบเดือนธันวาคม 2564 นี้ จะมีดาวกุมกัน 4 ครั้ง ตามเวลาประเทศไทย ดังนี้

  • 11 ธ.ค. 23.28 น. ศุกร์กุมพลูโต (ครั้งที่ 1 ขณะโคจรปกติ) ราศีมกร 25 องศา 19 ลิบดา
  • 25 ธ.ค. 19.01 น. ศุกร์กุมพลูโต (ครั้งที่ 2 ขณะโคจรพักร์) ราศีมกร 25 องศา 43 ลิบดา
  • 29 ธ.ค. 17.27 น. พุธกุมศุกร์ ราศีมกร 24 องศา 26 ลิบดา
  • 30 ธ.ค. 16.53 น. พุธกุมพลูโต ราศีมกร 25 องศา 53 ลิบดา




วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

จันทรุปราคาวันลอยกระทงกับสถานการณ์ช่วงการเปิดประเทศ

 ผ่านมาแล้วเกินกว่าครึ่งเดือนตามปฏิทินสามัญสำหรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและเปิดอะไรอีกหลายอย่าง และตามปฏิทินจันทรคติก็กำลังเข้าสู่ครึ่งเดือนในวันจันทร์เพ็ญนี่นอกจากจะตรงกับเทศกาลวันลอยกระทงแล้ว ยังตรงกับปรากฏการณ์จันทรุปราคาด้วย  แต่จะเป็นจันทรุปราคาที่ไม่เห็นในประเทศไทยเนื่องจากเวลาเกิดคราสตรงกับช่วงบ่าย ๆ ตามเวลาประเทศไทย  ซึ่งในประเทศไทยช่วงหัวค่ำจะเห็นพระจันทร์ตอนกำลังออกจากเงามัว สถานการณ์ทั่วไปดูเหมือนในภาพหน้าฉากจะดูดีจากสถิติต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 จะดูดีขึ้นบ้าง  แต่จากความสงสัยต่อที่มาของตัวเลขที่มีมานาน ปัญหาการลักลอบขนแรงงานเถื่อนที่ยังเป็นข่าวอยู่ตลอด การบริหารวัคซีนแบบผูกขาด ปัญหาการเมืองและปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ที่ยังคาราคาซังอยู่  อาจจะทำให้เรายังเบาใจไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อพิจารณารูปดาวของคราสครั้งนี้


ในภาพรวมของสถานการณ์ทั่วโลก จุดคราสที่ทำมุม 45 องศากับศุกร์ที่ดูเหมือนจะดี แต่มีอะไรอื่น ๆ มาสัมพันธ์ ได้แก่ จุดสะท้อนของวัลคานุส ศูนย์รังสีที่ไม่ดี เช่น ฮาเดส/โครโนส เนปจูน/วัลคานุส คล้ายกับว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความฉาวโฉ่ทางเพศ หรือไม่ก็ความสุขสนุกสนานแบบฉาบฉวยจะนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ ได้  ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยโดยตรง ลัคนาจรฟ้าที่สัมพันธ์กับจุดสะท้อนของราหูที่ยังกุมกับแอดเมตอสอยู่ คล้ายจะยังมีการกักตัวหรือจำกัดบริเวณของคนบางจำพวก และศูนย์รังสีลัคนา/เสาร์ก็ไปสัมพันธ์กับจุดคราส  ส่วนทางเมอริเดียนจรฟ้าจะดูดีหน่อยตรงที่มีมุมสัมพันธ์กับดาวทิพย์เซอุส อาจมีข่าวเกี่ยวกับการสร้างสรรค์บางประการ ซึ่งจะเป็นความคืบหน้าของวัคซีนในประเทศตัวไหนหรืออย่างไร คงต้องตามข่าวกันไป สรุปว่าใครจะผ่อนคลายยังไงก็ช่างเขา เรายกการ์ดระวังให้ดีไม่น้อยไปกว่าเดิมเข้าไว้ดีกว่าครับ









วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

5 พ.ย. 2564 เมื่อจุดอมาวสีเล็งมฤตยู ตรีโกณเมอริเดียนและเวอร์เทกซ์

เมื่อวานได้นำโพสต์ทำนายดวงอมาวสี 5 พ.ย. 64 ของอาจารย์กิตตินันท์ เจนาคม (https://www.facebook.com/1860325590949376/photos/a.1860347344280534/2974796076168983) แชร์ไว้ในเพจเฟซบุ๊ก  แล้วจะไม่แสดงความเห็นของตัวเองอย่างเคยบ้างก็ยังไงอยู่  เริ่มจากจุดอมาวสีเองในคราวนี้เล็งกับมฤตยูในราศีพฤษภ (สายนะ) เข้าพอดี  ดังได้กล่าวมาหลายครั้งว่ามฤตยูกับราศีพฤษภนั้นมีธรรมชาติที่แย้งกันอย่างมาก  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามีอมาวสีที่ทำมุม 120 องศากับมฤตยูโดยที่มุมนี้ในทางโหราศาสตร์สากลถือเป็นมุมที่ดี แต่ผลออกมากลับเกิดรอยร้าวในรัฐบาลระหว่างพลเอกกับผู้กองมาจนปัจจุบัน  ครั้งนี้มาทำมุมเล็งกันอีก  เชื่อว่าจะยังมีปัญหาที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ ทั้งที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับโควิดเกิดขึ้นได้ทั่วโลก  รวมถึงเมืองไทยเอง ปัญหาการเมืองเมื่อ 2 เดือนก่อนได้จบไปแล้วดังที่บางท่านกล่าวอ้างหรือจะมาปะทุใหม่ในเดือนนี้อีก ซึ่งในส่วนของเมอริเดียนจรฟ้าและลัคนาจรฟ้าที่เข้าไปอยู่ในศูนย์รังสีฮาเดส/โครโนส ในส่วนที่เกี่ยวกับโรคระบาดโควิด-19 ก็คงจะเป็นไปในแนวที่อาจารย์กิตตินันท์กล่าวไว้  แต่ทั้งนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โรคระบาดนี้มันมีผลกระทบไปถึงเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และแทบจะทุก ๆ ด้านในสังคม   อีกข้อสังเกตที่ผมบังเอิญไปเจอในแอพ AstorGold ในไอแพดของผม พบว่าทั้งจุดอมาวสี เมอริเดียนจรฟ้ากรุงเทพฯ และจุด Vertex ที่ใช้ในโหราศาสตร์สากลบางสำนัก ต่างก็ตรีโกณถึงกันและกันครบสามจุดสามเส้าพอดี  ความที่ผมไม่เคยได้ใช้จุดเวอร์เทกซ์นี้ก็จำไม่ได้แล้วว่ามันหมายถึงอะไรโดยเฉพาะในดวงจรฟ้า  แต่การตรีโกณถึงกันพอดีทั้งสามจุดนี้น่าจะบอกถึงเหตุการณ์สำคัญของไทยในรอบเดือนจันทรคตินี้  ผู้รู้ท่านใดคุ้นชินกับการใช้จุดเวอร์เทกซ์นี้คงต้องขอความรู้กันบ้างละครับ